PM2.5 ผุ่นมรณะต้นเหตุโรคหัวใจ

โรคระบาด โควิดเพิ่งผ่านพ้นไป ตอนนี้ก็มีอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่เกี่ยวกับสุขภาพคนเรา นั่นคือปัญหา มลภาวะเป็นพิษทางอากาศ จากฝุ่น ที่เรียกว่า ฝุ่นจิ๋ว PM2.5 ปัญหาฝุ่นในอากาศนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวเรามาก ตราบใดที่เรายังต้องหายใจ ข่าวความย่ำแย่ของสภาพอากาศ โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่หลายครั้งมีข่าวประเทศไทยติดอันดับต้นๆของโลก ในเรื่องสภาพอากาศที่ย่ำแย่ ข่าวพื้นที่หลายแห่งในประเทศ มีมลภาวะอากาศเป็นพิษขั้นสีแดงต่อเนื่องหลายวัน ข่าวเหล่านี้หลายคน ฟังแล้ว ก็อาจจะไม่ได้ตกใจอะไร ก็เหมือนข่าวอื่นที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

ทำไม คนส่วนหนึ่งถึงมองว่า ฝุ่นจิ๋วนี้ดูเหมือนไม่น่ากลัว?

ผมอยากให้ลองเปรียบเทียบกับประวัติศาสตร์ของ บุหรี่ กว่าที่คนเราจะรู้ว่าบุหรี่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรง มนุษย์เราก็สูบบุหรี่กันมานานก่อนหน้านี้แล้วหลายร้อยปี

บุหรี่ ถูกประกาศอย่างเป็นทางการว่า เป็นต้นเหตุของมะเร็งปอดที่สำคัญที่สุด ในช่วง ปี คศ 1960 ทั้งที่ บุหรี่ ก็มีการใช้กันมาก่อนหน้านี้ เป็นหลายร้อยปี หรือ อาจจะเป็นพันปีด้วยซ้ำ คนในสมัยนั้น ก็ ยังไม่มีความรู้ถึงอันตรายจากบุหรี่ จนกระทั้งเกิดโรคมะเร็งปอดที่มากขึ้น มนุษย์เราถึงจะรู้จักพิษภัยของบุหรี่ ก็เหมือนกับฝุ่นPM2.5 ซึ่งถึงแม้ว่า ในปัจจุบันก็มีข้อมูลทางการแพทย์มากมาย รวมไปถึง องค์การอนามัยโลก ที่ออกมาบอก มาเตือนถึงภัยอันตรายของฝุนPM2.5นี้ แต่ทำไมภาพของฝุ่น PM2.5 ในปัจจุบัน หลายคนอาจจะมองดูไม่น่ากลัว ที่เป็นเช่นนี้ ก็อาจจะเป็นเพราะ การสื่อสารข้อมูลของภัยที่มากับฝุ่นPM2.5 ในโซเชียลมีเดีย อาจจะยังไม่มาก พูดถึงกันน้อย เมื่อเทียบกับ กระแสของ โควิด ในครั้งที่เกิดโรคระบาดใหญ่ อีกทั้ง ฝุ่นPM2.5นี้ มีขนาดที่เล็กกว่า 2.5ไมครอน จึงมองด้วยตาไม่เห็น จับต้องไม่ได้ เวลาเกิดการเจ็บป่วยจากฝุ่นจิ๋วนี้ ก็ยังไม่มีเครื่องมือตรวจ ที่จะนำมาใช้พิสูจน์ในทางปฎิบัติได้ว่า ฝุ่นนี้เป็นต้นเหตุของความเจ็บป่วย ซึ่งต่างจากโควิดที่มีอาการแสดง และวิธีการตรวจหาเชื้อชัดเจน หลายครั้งที่ ผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคหัวใจ, หรือ น้ำท่วมปอดซ้ำซาก โดยที่ไม่รู้เลยว่า ความเจ็บป่วยเหล่านี้ ต้นเหตุหนึ่งอาจจะเกิดจาก ฝุ่นPM2.5นี้

เราควรจะต้องกลัวฝุ่นจิ๋วนี้ไหม?

จากข้อมูลทางระบาดวิทยา และทางการแพทย์ มากมายได้รายงานออกมาในทางเดียวกันว่า ฝุ่นPM2.5นี้ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของประชากรโลกนับล้านคนในแต่ละปี รวมถึงการก่อให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย, โรคมะเร็งปอด, โรคสมองเสื่อม, โรคไตวาย และโรคอื่นๆอีกมากมาย

ปัจจุบัน ในแต่ละปี ผู้คนเสียชีวิตโดยมีสาเหตุจาก สภาวะมลพิษทางอากาศ มีมากถึง 7ล้านคนทั่วโลก และเกือบครึ่ง ของสาเหตุการเสียชีวิตนี้เกือบครึ่งเกิดจากโรคหัวใจ

ฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่แค่เรื่อง ขี้ฝุ่น

ในความคิดผมนะครับ ถ้าเปลี่ยนคำว่า ฝุ่นจิ๋ว เป็นคำว่า ฝุ่นพิษ ฝุ่นมรณะ ก็น่าจะสื่อสารพิษภัยของฝุ่นนี้ได้ดีนะครับ ทำไมผมถึงพูดให้ดูน่ากลัวขนาดนั้น คำว่า ฝุ่นจิ๋ว ฟังผิวเผิน ดูเหมือนเรื่องของเศษฝุ่นดิน ไม่ได้น่ากลัว แต่ฝุ่นจิ๋ว ไม่ใช่แค่ฝุ่นดิน แต่เป็นเรื่องของสารเคมี สารพิษ ก็าซพิษ ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น ควันพิษที่ปล่อยออกมาจาก โรงงานอุตสาหกรรม, จากรถยนต์ ฝุ่นจากการเผาป่า เผาไร่นา, จากการก่อสร้าง กิจกรรมเหล่านี้ก็ให้เกิดละอองของสารเคมี ที่เกาะรวมตัวกันเป็นอนุภาคขนาดเล็ก กระจายในอากาศ สะสมมาเป็นเวลาหลายร้อย หลายพันปี ในบรรยากาศ จนมีความหนาแน่นของสารพิษเหล่านี้ ที่มีปริมาณมากพอที่จะทำร้ายมนุษย์ได้

ใครก็หนีฝุ่นPM2.5 นี้ไม่พ้น

สภาวะมลพิษทางอากาศ ที่ย่ำแย่นี้เกิดขึ้นทั่วโลก ตราบใดที่คนเรายังต้องหายใจใช้อากาศในการดำรงชีวิต ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง ฝุ่นร้ายนี้ รายงานจากองค์การอนามัยโลก ได้แสดงถึง ประชากรโลก 9ใน 10คน ที่ต้องหายใจในอากาศที่มีค่าPM2.5 สูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัยที่ องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ คือ ค่าเฉลี่ย PM2.5 ใน24ชั่วโมง ไม่เกิน 25 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร หมายความว่า 90% ของประชากรโลกต้องอยู่กับ อากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นร้ายนี้

ฝุ่นPM2.5 ทำให้คนเราตายจากโรคหัวใจมากขึ้น

หลายคนอาจจะคิดว่า โรคที่เกิดจากฝุ่น ก็น่าจะก่อปัญหาเฉพาะที่ปอด ทางเดินหายใจ เช่น ระคายเคืองตา แสบจมูก ไอหายใจลำบาก ภูมิแพ้ หอบหืด หรือ อย่างมากก็ มะเร็งปอด หรือ โรคถุงลมโป่งพอง แต่จริงๆแล้ว ฝุ่นPM2.5นี้ ทำร้ายทุกอวัยวะในร่างกายเรา

เหตุผล สองประการที่ทำให้ฝุ่นPM2.5 กลายเป็นฝุ่นมรณะ ก็คือ

ประการแรก ฝุ่นนี้มีขนาดเล็กมาก เวลาที่คนเราหายใจเอาฝุ่นเหล่านี้เข้าไปในปอด ฝุ่นบางส่วนที่มีขนาดใหญ่ก็จะติดอยู่ตามลำคอ หลอดลม ไม่ลงไปถึง ถุงลมส่วนปลายของเนื้อปอด แต่ ด้วย PM2.5 ซึ่งมีขนาดที่เล็กมาก ทำให้ ฝุ่นPM2.5 สามารถผ่านไปถึงถุงลมส่วนปลายได้ ก่อให้เกิด การอักเสบที่ปอด และเกิดสารที่สามารถกระตุ้นให้อวัยวะส่วนอื่นเกิดการอักเสบได้ด้วย โดยเฉพาะที่หัวใจ และหลอดเลือดทั่วร่างกาย นอกจากนี้ ตัวฝุ่นPM2.5 เอง โดยเฉพาะฝุ่นที่ที่มีขนาดยิ่งเล็ก ก็ยิ่งที่จะสามารถผ่านผนังถุงลมเข้าไปในหลอดเลือดและตัวฝุ่นก็จะล่องลอยตามกระแสเลือดไปก่อปัญหาต่ออวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย โดยเฉพาะที่ หลอดเลือดและ ที่หัวใจ

ประการที่สอง ส่วนประกอบฝุ่นPM2.5 ไม่ใช่เป็นแค่เศษดิน แต่เป็นสารพัดสารเคมี ที่จับตัวกันเป็นฝุ่น สารเคมีเหล่านี้ สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างปฎิกริยาการอักเสบ และเกิดสารที่สามารถทำให้อวัยวะต่างๆในร่างกายรวมทั้งที่หลอดเลือด เกิดการอักเสบ, เกิดการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ , เกิดการแปรปรวนของระบบประสาทอัตโนมัติในร่างกาย ส่งผลให้ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูงขึ้น การปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เมื่อเกิดขึ้นที่ผนังหลอดเลือดทั่วร่างกาย และที่หลอดเลือดหัวใจ ก็จะทำให้ ผนังหลอดเลือดมีการหนาตัว เยื่อบุผนังด้านในหลอดเลือดเปราะบาง ปริแตกง่าย ทำให้ง่ายต่อการเกิดการก่อตัวของลิ่มเลือดที่ผนังหลอดเลือดจนเกิดการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งถ้าเกิดที่ หลอดเลือดหัวใจ ก็เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย เกิดที่หลอดเลือดดำในปอด ก็เกิดลิ่มเลือดอุดตันในปอด เกิดที่หลอดเลือดในสมอง ก็เกิดอัมพาต

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวที่หลอดเลือดและที่หัวใจนี้ สามารถก่อผลเสียต่อคนเราได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในระยะสั้น ก็คือ การเกิดหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลันจนเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย, เสียชีวิตกระทันหัน หรือ เกิดอัมพาต ส่วนในระยะยาว ผลกระทบกับคนที่หายใจฝุ่นPM2.5นี้นานๆ ก็ไม่ได้ต่างกับกับการที่คนเราสูบบุหรี่นานๆ สิ่งเหล่านี้ส่งผลทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายเสื่อม เกิดหลอดเลือดหัวใจตีบตันตามมา น้ำท่วมปอด หัวใจเต้นผิดปกติ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

แล้วเราจะอยู่กับฝุ่น PM2.5 ยังไงให้ปลอดภัย?

หลักการก็คือ หายใจรับฝ่นPM2.5 เข้าร่างกายให้น้อยที่สุด มีแนวทางแนะนำดังนี้ครับ

หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย กลางแจ้ง

การยิ่งหายใจลึก เร็ว เวลาออกกำลังกาย หรือทำงาน ก็จะยิ่งพา ฝุ่นPM2.5นี้ เข้าไปมากและ เข้าไปได้ลึกถึงถุงลมส่วนปลาย ดังนั้น การหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้ง จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น หรือ เลือกออกกำลังกายในร่ม หรือ ในช่วงเวลาที่ระดับฝุ่นมีระดับที่ต่ำลง

ติดตามค่าระดับของฝุ่นPM2.5 ในบริเวณที่ตนเองอาศัยอยู่

เลือกเครื่องฟอกอากาศ ภายในอาคาร หรือในรถยนต์

การปิดประตู ปิดหน้าต่าง เป็นวิธีหนึ่งในการลดฝุ่นPM2.5 แต่ ด้วยขนาดฝุ่นที่เล็กมาก ฝุ่นก็ยังสามารถแพร่เข้าไปในห้องที่ปิดสนิทได้ ปัญหาของฝุ่นภานในบ้าน ภายในรถยนต์ ก็ยังมีอยู่ การติดเครื่องฟอกอากาศ จึงเป็นวิธีที่ช่วยลดการหายใจนำฝุ่นเข้าร่างกายได้

ใช้หน้ากาก ประเภท N95เวลาที่ต้องจำเป็นออกนอกอาคาร หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถป้องกันฝุ่นPM2.5ได้

นพ.วิโรจน์ ตันติโกสุม

ชีวา บางใหญ่ นนทบุรี

ศูนย์พักฟื้นผู้ป่วย และ ผู้สูงอายุ

คลินิกกายภาพบำบัด

ศูนย์ฟอกไตประสิทธิภาพสูง และ ผ่าตัดเส้นฟอกไต

คุยกับเรา   https://lin.ee/k8UqBKr

เวปไซด์ https://www.chewa.co.th

 โทร 0909250096  0800090691

เดินทางมา ชีวา https://goo.gl/maps/CgcGgE6uieUn1naM9

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
ชีวา
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
คลินิกกายภาพบำบัด
คลินิกกายภาพบำบัด
ชีวา
ชีวา
ชีวา
ชีวา
ศูนย์ไตเทียม